Currency
Shopping cart

ข้อมูลประเทศเพื่อนบ้านที่น่ารู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการค้า

หมวดหมู่: NEWS & EVENTS

สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

          ประเทศเมียนมามีขนาดใหญ่ที่สุดในสุวรรณภูมิ มีพื้นที่ 676,577 ตารางกิโลเมตร มีประชากร 51.3 ล้านคน อุดมไปด้วยทรัพยากร เศรษฐกิจเมียนมาร์พึ่งพาสาขาพลังงานและเกษตรอย่างมากพลังงานเป็นแหล่งรายได้การส่งออกหลักรัฐบาลส่งเสริมการเกษตรโดยเพิ่มเงินกู้และขยายระยะเวลาเช่าที่ดินทำกิน  เมียนมาเป็นตลาดสำคัญและเป็นโอกาสในการขยายการค้าการลงทุนของผู้ประกอบการไทยเนื่องจากยังขาดแคลนสินค้าอุปโภคบริโภคประกอบกับชาวเมียนมานิยมสินค้าไทย โดยเชื่อมั่นในคุณภาพสำหรับกลุ่มสินค้าเกี่ยวกับการเกษตร และเครื่องจักรกล ปุ๋ย และเคมีภัณฑ์วัสดุก่อสร้าง ยานยนต์ และชิ้นส่วนอะไหล่ ตลอดจนถึงภาคบริการทางสุขภาพ ได้แก่ สปา นวดแผนโบราณ ร้านกาแฟ และร้านเสริมสวย รูปแบบในการเข้าสู่ตลาดเมียนมาร์ที่สำคัญคือการหาตัวแทน (Nominee) ที่มีสัญชาติเมียนมาและเป็นบุคคลที่ไว้ใจได้มาร่วมเป็นพันธมิตรธุรกิจ หรือเป็นการส่งออกทางอ้อม ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่าย เนื่องจากการลงทุนในเมียนมา กรณีที่นักลงทุนเป็นชาวต่างชาติ ค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจจะคิดเป็นเงินเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งมีต้นทุนสูง รูปแบบการเข้าสู่ตลาดเมียนมาในเบื้องต้น คือ การทำธุรกิจประเภทซื้อมาขายไป (Traders) กรณีธุรกิจต่อเนื่อง เช่น โลจิสติกส์ ควรมีลักษณะที่ต่อเนื่องจากธุรกิจการค้าด้วยการให้บริษัทที่ทำการผลิตสินค้าเข้าไปบุกเบิกทำตลาด และแนะนำให้ใช้บริการโลจิสติกส์จากบริษัทของไทย นอกจากนี้สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ คือ ต้องระมัดระวังเกี่ยวกับสินค้าควบคุมที่รัฐบาลไม่อนุญาตให้เอกชนนำเข้า และต้องมีความเป็นกลางในทางการเมืองไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือทำธุรกิจในลักษณะของการอิงกลุ่มการเมือง

จุดผ่านแดนไทย-เมียนมา
          ไทยมีจังหวัดชายแดนที่ติดกับเมียนมาร์ 10 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ชุมพร และระนอง แบ่งเป็นจุดผ่านแดนถาวร 5 จุดจุดผ่อนปรนพิเศษ 1 จุดจุดผ่อนปรน 13 จุด และจุดผ่านแดนชั่วคราว 1 จุด

มาตรการภาษีที่ควรรู้
● ภาษีศุลกากร
- ภาษีนำเข้า สินค้าทุกประเภท ยกเว้นสินค้าคอมพิวเตอร์ ปุ๋ยและเวชภัณฑ์ ฯลฯ 25%
สัตว์ที่มีชีวิต พืชและต้นไม้ ได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า
- ภาษีส่งออก สำหรับผู้ที่จะทำการส่งออกจะเป็นรัฐบาลเมียนมาและตัวแทนหรือองค์กรของรัฐบาลเมียนมาเท่านั้น
● ภาษีธุรกิจ
- ภาษีการค้า 3 - 30 % ขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจและรายได้
▪︎ สินค้าจำเป็นขั้นพื้นฐาน ได้รับการยกเว้น
▪︎ สินค้าทั่วไปที่ผลิตในประเทศ 0.5 - 2.5 %
- ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ชาวต่างชาติที่เข้าทำงานในเมียนมาที่มีถิ่นพำนักในเมียนมาตั้งแต่ 183 วันขึ้นไป เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราคงที่ 10 - 15 % ของเงินได้ และชาวต่างชาติที่ไม่มีถิ่นพำนักในเมียนมา 35% ของเงินได้
- ภาษีเงินได้นิติบุคคล 30 - 35 % ขึ้นอยู่กับการจดทะเบียนในหรือนอกประเทศ
- ภาษีหัก ณ ที่จ่ายชาวต่างชาติที่ทำธุรกิจในเมียนมาจะเสียภาษีดังกล่าวโดยแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ผู้ที่พำนักในเมียนมากับผู้ที่ไม่ได้พำนักในเมียนมาโดยจะเสียในอัตราดังนี้
■ ภาษีดอกเบี้ยผู้พำนักเสีย 15% ไม่พำนักเสีย 20%
■ ภาษีจากการได้รับใบอนุญาตต่างๆ ผู้พำนักเสีย 15% ผู้ไม่พำนักเสีย 20%
■ ค่าธรรมเนียมการทำสัญญากับรัฐบาลผู้พำนักเสีย 4 % ผู้ไม่พำนักเสีย 3.5%
■ กรณีที่เงินปันผลกำไรของกิจการสาขาและส่วนแบ่งกำไรที่ได้รับการหักภาษีแล้วไม่ต้องชำระภาษี ณ ที่จ่ายอีก

หน่วยงานส่งเสริมการลงทุนของเมียนมาร์
          คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนแห่งสหภาพเมียนมา (Myanmar Investment Commission : MIC) และคณะกรรมการลงทุนต่างประเทศ (The Union of Myanmar Foreign Investment Commission : UMFIC) เป็นหน่วยงานด้านการส่งเสริมการลงทุนโดยเมียนมาได้ประกาศใช้กฎหมายการลงทุนฉบับใหม่เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2555 โดยอนุญาตให้ชาวต่างชาติสามารถเข้าลงทุนโครงการได้ 100% รวมไปถึงการให้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีต่างๆ และอนุญาตให้นำเงินตราต่างประเทศเข้า-ออกได้ อนุญาตให้ชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในเมียนมาส่งเงินกลับได้หลังจากหักภาษีเงินได้และค่าใช้จ่ายอื่นๆ และธุรกิจที่ดำเนินการภายใต้กฎหมายการลงทุนของต่างชาติจะได้รับการคุ้มครองว่าจะไม่ถูกยึดและครอบครองโดยรัฐ โดยสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.dica.gov.mm

อ้างอิง : คู่มือการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

18 มีนาคม 2563

ผู้ชม 151 ครั้ง

Engine by shopup.com